การเปลี่ยนคำนามเอกพจน์ เป็นพหูพจน์
ภาษาดัตช์ก็เหมือนภาษาอังกฤษค่ะ มีการเปลี่ยนรูปคำนาม เมื่อทำให้เป็นพหูพจน์ บ่งบอกว่าของนั้นมีหลายชิ้นนะจ๊ะ ภาษาดัตช์มีหลักการเปลี่ยนคำนามจากเอกพจน์เป็นพหูพจน์ ดังนี้ 1. เติม -en หลังคำนามเอกพจน์ het boek – de boeken de verdieping – de verdiepingen de vrouw – de vrouwen de maand – de maanden de fiets – de fietsen de trein – de treinen de dag – de dagen de land – de landen de deur – de deuren de plant – de planten de stoel – de stoelen de vensterbank – de vensterbanken de docent – de docenten…
Gezelligheid kent geen tijd
Gezelligheid (อันนี้เป็นคำนาม) หรือบางทีเราได้ยิน gezellig เฉยๆ (คำนี้เป็น adjective) เป็นหน้าที่ของคำที่ต่างกันน่ะค่ะ ทั้ง Gezelligheid และ Gezellig สองคำนี้เราจะได้ยินคนดัตช์พูดบ่อยๆ ค่ะ สองคำนี้คนดัตช์เขาว่า มันไม่มีคำแปลตรงตัวในภาษาอังกฤษค่ะ … มันคือความรู้สึกดีๆ ที่เราทำร่วมกันกับเพื่อนๆ ครอบครัว ความรู้สึกดีๆ ที่ได้ใช้เวลาร่วมกัน เช่น ในงานปาร์ตี้ หรือกิน BBQ ร่วมกัน หรือสิ่งของดีๆ ที่ใครให้กับอีกคนหนึ่ง…ประมาณนี้น่ะค่ะ gezelligheid และ gezellig เป็นอารมณ์ดีๆ ที่เกิดจากกิจกรรมร่วมกันกับคนอื่นนะคะ ไม่สามารถใช้คำนี้บรรยายความรู้สึกเวลาเราทำอะไรดีๆ คนเดียว หรือหรือรู้สึกดีๆ คนเดียวได้ค่ะ Gezelligheid kent geen tijd มักจะพูดกันไปยาวๆ เพิ่มสีสัน เป็นคำพังเพย เเปลประมาณว่า เวลาที่เรามีความรู้สึกดีๆ ในการอยู่ร่วมกัน เวลาจึงไม่เป็นเรื่องสำคัญ (คือคนดัตช์ส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับเวลามากค่ะ ทำอะไรต้องตรงเวลา แต่เมื่อรู้สึก gezellig เวลาก็ไม่ใช่เรื่องสำคัญอีกต่อไป สิ่งสำคัญคือการใช้เวลาร่วมกับคนที่อยู่ตรงหน้าเราให้คุ้มค่าที่สุด ให้เป็นช่วงเวลาที่ประทับใจที่สุด) เอารูปเมื่อสองปีที่เเล้ว ที่ออยไปเดินป่าข้างบ้านแม่เลี้ยงสามี กับครอบครัว มาลงค่ะ เป็นช่วงเวลาดีๆ ที่ประทับใจ Gezelligheid kent geen tijd! FacebookFacebookXXLINELine
เล่าประสบการณ์…เรียนดัตช์ด้วยตัวเอง (เพื่อสอบ inburgering examen)
ก่อนอื่นต้องเล่าก่อนว่า ทำไมถึงตัดสินใจเรียนดัตช์ด้วยตัวเอง ทำไมไม่ไปเรียนที่โรงเรียน เหตุผลก็คือ ..งก และ ขี้เกียจค่ะ 555 เนื่องมาจากกฏหมายใหม่ของฮอลแลนด์ระบุว่า คนที่ได้วีซ่าระยะยาวมาอยู่ประเทศเนเธอร์แลนด์หลังปี 2014 จะต้องจ่ายค่าเรียนภาษาดัตช์ด้วยตัวเองค่ะ (ก่อนหน้านี้ gemeente สนับสนุนทางด้านการเงิน) และค่าเรียนก็แพงมากค่ะ แถมออยขี้เกียจตื่น แต่งตัว ทำหน้าสวยๆ ไปเรียนด้วย เลยตั้งใจว่า ให้เวลาตัวเอง 1 ปี อ่านด้วยตัวเอง และไปสอบ ถ้าสอบไม่ผ่าน เเปลว่าภาษาดัตช์ยากเกินกำลังความสามารถ ก็จะยอมลงทุนเรียน …ผลปรากฏว่า สอบผ่านทั้งหมดในครั้งแรกที่ไปสอบเลยค่ะ (คะแนนดีด้วยนะคะ ไม่อยากจะคุย อิ อิ) ก็เลยอยากจะมาแชร์ประสบการณ์ค่ะ ว่าเรียน อ่านหนังสือเล่มไหน อะไรยังไงจึงสอบผ่าน โดยแบ่งตามทักษะที่สอบดังนี้ค่ะ (ลืมบอกไป ทั้ง 4 ทักษะที่ออยไปสอบนั้น ออยสอบกันคนละอาทิตย์ทั้งหมดเลย เนื่องจากบ้านอยู่ใกล้สนามสอบ และถ้าสอบเยอะๆ ในคราวเดียว ดูจะเครียดเกินไปค่ะ) 1. Spreekvaardigheid (ทักษะพูด) 35 นาที ทักษะนี้ออยไม่ได้สอบค่ะ…สำหรับคนที่สอบภาษาดัตช์เพื่อขอวีซ่า MVV มาก่อนวันที่ 1 พย. 2014 (จำง่ายๆ ว่าใช้ข้อสอบแบบเก่าค่ะ แบบสอบทางโทรศัพท์ ข้อสอบมีให้ตอบคำตรงข้าม พูดตาม มีให้ฟังแล้วเล่าเรื่องที่ฟัง ประมาณนั้นน่ะค่ะ) แล้วในผลสอบส่วน Toet Gesproken Nederlands (TGN) ได้คะแนนมากกว่า 37 คะแนน…
คุณรู้จักสุภาษิต สำนวนดัตช์ดีแค่ไหน
ภาษาดัตช์ เป็นภาษาที่ร่ำรวยไปด้วยสุภาษิต สำนวนต่างๆ ค่ะ ว่ากันว่า คนดัตช์เป็นคนขี้บ่น และชอบประชดประชันค่ะ — ยิ่งถ้าดูข่าว จะเห็นว่าคนที่มีการศึกษาสูงๆ และพูดเก่งๆ เช่น พวกนักการเมือง มักจะพูดโดยใช้สำนวน สุภาษิตต่างๆ ทำเอาบางครั้งชาวต่างชาติอย่างเรา ก็งงไปเลย ว่าหมายถึงอะไร วันนี้เราเลยมาทำแบบทดสอบกันค่ะ ว่า “คุณรู้จักสุภาษิต สำนวนดัตช์ดีแค่ไหน” แบบทดสอบมีทั้งหมด 10 ข้อค่ะ คัดมาแล้วว่าสุภาษิต สำนวนดัตช์เหล่านี้ เป็นสิ่งที่คนดัตช์ทั่วไปรู้จักค่ะ ใช้กันเป็นประจำ มีคำอธิบายเฉลยเป็นภาษาดัตช์อยู่ด้านล่างหลังจากทำแบบทดสอบเสร็จแล้วนะคะ คำอธิบายเฉลย 1. Een Appeltje voor de dorst แปลตรงตัวว่า “แอปเปิ้ลสำหรับแก้กระหาย” แปลว่า Een extraatje, vooral geld, om het in tijd van nood te gebruiken. 2. Een kat in de zak kopen “ซื้อแมวใส่ถุง” แปลว่า Een miskoop doen 3. Het zit in de molen “มันนั่งอยู่ในกังหันลม” แปลว่า Er…
