Prinsjesdag คืออะไร
Prinsjesdag คือวันเปิดปีรัฐสภาอย่างเป็นทางการของเนเธอร์แลนด์ จัดขึ้นทุกวันอังคารที่สามของเดือนกันยายน โดยกษัตริย์จะเสด็จด้วยรถม้าไปยังกรุงเฮก เพื่ออ่านพระบรมราโชวาทจากบัลลังก์ มีการแถลงแผนงานรัฐบาลประจำปี พร้อมกันนี้รัฐมนตรีคลังจะนำเสนองบประมาณแผ่นดินผ่าน “กระเป๋าเอกสาร” อันเป็นเอกลักษณ์ ถือเป็นหนึ่งในวันสำคัญทางการเมืองที่สุดของประเทศ
ประวัติความเป็นมาของวัน Prinsjesdag
คำว่า “Prinsjedag” แปลตรงตัวว่า “วันเจ้าชายน้อย” เกี่ยวข้องกับเจ้าชายผ่านประวัติศาสตร์การก่อตั้งสถาบันกษัตริย์ของเนเธอร์แลนด์
ที่มาของชื่อ Prinsjesdag

(Public Domain, Wikimedia Commons)
คำว่า Prinsjesdag ถูกใช้เป็นชื่อเรียกวันคล้ายวันประสูติของเจ้าชายวิลเลียมที่ 5 แห่งออเร้นจ์ (Willem V van Oranje-Nassau) ในปลายศตวรรษที่ 18 ตรงกับวันที่ 8 มีนาคม
ตอนนั้นเนเธอร์แลนด์ปกครองในระบอบสาธารณรัฐ เรียกว่า Republiek der Zeven Verenigde Nederlanden เป็นการรวมกันของ 7 จังหวัดตามชื่อเลยค่ะ คือ จังหวัด Holland, Zeeland, Friesland, Gelderland, Utrecht, Overijssel และ Groningen (ช่วงศตวรรษที่ 17 เป็นช่วงรุ่งเรืองของเนเธอร์แลนด์ค่ะ เป็นประเทศมหาอำนาจโลก มีบริษัท VOC ผูกขาดการค้าเครื่องเทศ เป็นบริษัที่รวยที่สุดในโลก รวยขนาดมีกองทัพเรือเป็นของตัวเองเลย) ผู้นำประเทศไม่ใช่กษัตริย์ แต่เป็นผู้สำเร็จราชการ เรียกว่า Stadhouder
ในช่วงรัชสมัยของเจ้าชายวิลเลียมที่ 5 (1751-1795) บริษัท VOC เริ่มเสื่อมแล้วค่ะ นักประวัติศาสตร์ส่วนใหญ่จดจำเจ้าชายวิลเลียมที่ 5 ในฐานะผู้นำที่ลังเล ขาดความเด็ดขาด และไม่สามารถควบคุมความขัดแย้งภายในประเทศได้
ช่วงนั้นเป็นยุคที่เรียกว่า “Patriottentijd” (ยุคกลุ่มผู้รักชาติ) ที่สังคมดัตช์แตกแยกระหว่างฝ่าย
- “Patriotten – กลุ่มผู้รักชาติ” : เป็นกลุ่มพ่อค้า ชนชั้นกลาง พวกเขาต่อต้านอำนาจสืบทอดของราชวงศ์ออเรนจ์ โดยมองว่าเจ้าชายวิลเลียมที่ 5 ปกครองอย่างอ่อนแอ มีคอร์รัปชั่น และพยายามรวบอำนาจ
- “Orangisten – กลุ่มนิยมเจ้าชาย” : กลุ่มที่ภักดีต่อราชวงศ์ ซึ่งกลุ่มนี้มีกองทัพหนุนหลัง
วัน Prinsjesdag จึงเป็นวันที่ตั้งขึ้นมาเพื่อเฉลิมฉลองแก่เจ้าชายวิลเลียมที่ 5 นั่นเองค่ะ เหตุผลที่ใช้คำว่า “Prinsjes-เจ้าชายน้อย” เพราะเจ้าชายวิลเลียมที่ 5 ได้เป็น Stadhouder ต่อจากบิดาตั้งแต่ยังอายุน้อยมาก เพียงแค่ 3 ขวบ กลุ่มผู้สนับสนุนเจ้าชายจึงใช้วันที่ 8 มีนาคม เป็นวันฉลองใหญ่ทั่วประเทศเพื่อแสดงความจงรักภักดีต่อราชวงศ์ออเรนจ์
จุดเปลี่ยนสู่ความหมายทางการเมือง
ความขัดแย้งทางการเมืองในศตวรรษที่ 18 หนักขึ้น กลุ่มผู้รักชาติ – Patriotten เริ่มมีการติดอาวุธ และทำสงครามกลางเมือง แต่แพ้ (เพราะเจ้าชายมีกองทัพหนุน) กลุ่มผู้รักชาติต้องลี้ภัยไปฝรั่งเศส และอีกไม่กี่ปีต่อมา กลุ่มผู้รักชาติเหล่านี้ก็ร่วมมือกับกองทัพปฏิวัติฝรั่งเศสของนโปเลียน บุกกลับเข้ามายึดประเทศและขับไล่เจ้าชายวิลเลียมที่ 5 ให้ต้องลี้ภัยไปอยู่อังกฤษอย่างถาวรในที่สุด ในปี 1795 — ตอนนี้ เนเธอร์แลนด์จึงอยู่ภายได้การปกครองของฝรั่งเศส
แต่มีประชาชนที่ยังนิยมในราชวงศออเรนจ์ได้ทำการดื้อแพ่งแบบเงียบๆ โดยทุกวันที่ 8 มีนาคมของทุกปี พวกเขาก็จะเฉลิมฉลองกันที่บ้าน เพื่อระลึกถึง Prinsjesdag — สิ่งนี้ทำให้คำว่า Prinsjesdag เป็นวันที่เป็นสัญลักษณ์ของ “ราชวงศ์และความเป็นชาติ” ที่ฝรั่งเศสผู้ยึดครองก็ลบทำลายไม่ได้
Prinsjesdag ในยุคปัจจุบัน
หลังจากฝรั่งเศสหมดอำนาจ ลูกชายของเจ้าชายวิลเลียมที่ 5 คือ พระเจ้าวิลเลียมที่ 1 (Koning Willem I) ก็กลับมาเนเธอร์แลนด์และสถาปนาตนเองเป็น “พระเจ้าวิลเลียมที่ 1” แห่งราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ (ตอนนี้เนเธอร์แลนด์เป็นราชอาณาจักรแล้วค่ะ ไม่ใช่สาธารณรัฐเช่นเมื่อก่อน)
คราวนี้เนี่ย เมื่อมีประเทศก็มีรัฐธรรมนูญที่เป็นกฎหมายใช้ปกครองประเทศ และรัฐธรรมนูญก็กำหนดให้กษัตริย์ต้องเสด็จมาอ่านพระราชดำรัสเปิดประชุมสภาในทุกปี — ในช่วงแรกวันเปิดประชุมสภาไม่มีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการ ก็เรียกว่าวันเปิดประชุมสภา และวันก็เปลี่ยนไปเรื่อยๆ ตอนแรกเป็นวันจันทร์แรกของเดือนพฤศจิกายน ต่อมาก็เปลี่ยนเป็นวันจันทร์ที่สามของเดือนตุลาคม
ในปี 1848 จําเป็นต้องมีเวลามากขึ้นในการถกเถียงเรื่องงบประมาณแผ่นดิน ดังนั้นการเปิดรัฐสภาจึงถูกเลื่อนออกไปในวันจันทร์ที่สามของเดือนกันยายน และในปี 1887 ก็เปลี่ยนเป็นวันอังคารที่สามของเดือนกันยายน เพื่ออำนวยความสะดวกแก่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่อยู่ไกล จะได้ไม่ต้องลำบากเดินทางมากรุงเฮกในวันอาทิตย์เพื่อมาร่วมพิธีในวันจันทร์
เดิมวันเปิดประชุมสภานี้ ไม่มีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการ แต่ความที่ประชาชนเคยเฉลิมฉลอง Prinsjesdag กันในอดีต ดังนั้นในช่วงปี 1930 ก็เป็นธรรมเนียมที่จะเรียกวันเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรประจำปีนี้ว่า “วัน Prinsjesdag” ตั้งแต่นั้นมา
พิธีการและองค์ประกอบสำคัญในวัน Prinsjesdag
ขบวนเสด็จด้วยรถม้า Glazen Koets / Gouden Koets
ไฮไลต์ที่คนทั่วประเทศรอชมทุกปีคือขบวนเสด็จด้วยรถม้าของกษัตริย์และราชินีจากพระราชวัง Noordeinde ไปยัง Binnenhof ในกรุงเฮก
Gouden Koets (รถม้าทองคำ) เป็นของขวัญที่ชาวอัมสเตอร์ดัมมอบให้สมเด็จพระราชินี Wilhelmina ในโอกาสพิธีบรมราชาภิเษกปี 1898 และเริ่มใช้ในวัน Prinsjesdag ครั้งแรกในปี 1903 ก่อนจะกลายมาเป็นรถม้าประจำการอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 1912 เป็นต้นมา
ในปี 2016 รถม้า Gouden Koets ถูกนำไปซ่อมบำรุงคร้้งใหญ่ ทำให้ต้องเปลี่ยนมาใช้ Glazen Koets (รถม้ากระจก) ในพิธี Prinsjesdag แทน แต่หลังจากรถม้า Gouden Koets ซ่อมเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็กลับไม่ถูกนำกลับมาใช้ในวัน Prinsjesdag อีก เนื่องจากมีข้อถกเถียงทางสังคมเกี่ยวกับภาพวาดประดับตัวรถม้าที่สื่อถึงยุคอาณานิคม ดังนั้นปัจจุบันรถม้า Gouden Koets จึงถูกนำไปจัดแสดงเป็นนิทรรศการถาวรที่พิพิทธภัณฑ์ Amsterdam Museum

Public Domain (CC0 1.0 Universal), ผ่าน Wikimedia Commons
Hoedjesparade – ขบวนพาเหรดหมวกสวยๆ
“Hoedjesparade” หรือขบวนพาเหรดหมวกของบรรดาสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหญิงและแขกผู้มีเกียรติที่เข้าร่วมพิธี
ประเพณีนี้มีจุดเริ่มต้นชัดเจนในปี ค.ศ. 1977 เมื่อ Erica Terpstra สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในขณะนั้น เป็นคนแรกที่สวมหมวกไปร่วมพิธีในวัน Prinsjesdag นับแต่นั้นมา การสวมหมวกแบบโดดเด่นสะดุดตาก็กลายเป็นธรรมเนียมที่สมาชิกสภาหญิงและภรรยารัฐมนตรีปฏิบัติสืบต่อกันมาทุกปี

Government of the Netherlands, 16 กันยายน 2014. Public Domain (CC0). ผ่าน Wikimedia Commons / PICRYL
Troonrede – พระราชดำรัสจากพระแท่นบัลลังก์
คือช่วงเวลาสำคัญที่สุดของพิธี Prinsjesdag เป็นสุนทรพจน์ที่กษัตริย์ทรงอ่านต่อหน้าที่ประชุมร่วมของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา (Verenigde Vergadering) เพื่อแถลงแผนนโยบายและทิศทางการทำงานของรัฐบาลสำหรับปีถัดไป การอ่าน Troonrede โดยกษัตริย์เป็นหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญที่ระบุไว้ในมาตรา 65 ของรัฐธรรมนูญเนเธอร์แลนด์ (Grondwet)
ถึงแม้กษัตริย์จะเป็นผู้อ่านพระราชดำรัสด้วยพระองค์เอง แต่เนื้อหาทั้งหมดเขียนโดยคณะรัฐมนตรีไม่ใช่ความเห็นส่วนพระองค์ ซึ่งเป็นธรรมเนียมตามหลัก “ความรับผิดชอบของรัฐมนตรี” (ministeriële verantwoordelijkheid) ในระบอบราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญ ต่างจากพระราชดำรัสในโอกาสส่วนพระองค์ เช่น พระราชดำรัสเนื่องในวันคริสต์มาส ที่กษัตริย์มีอิสระในการแสดงความเห็นส่วนตัวได้มากกว่า
หลังกษัตริย์ทรงอ่านจบ จะมีธรรมเนียมที่สืบทอดมาตั้งแต่ปี 1897 คือการเปล่งเสียง “Leve de Koning(in)! – ทรงพระเจริญ” ตามด้วยเสียงตอบรับจากผู้เข้าร่วมพิธีว่า “Hoera! Hoera! Hoera! – ไชโย! ไชโย! ไชโย!”

Martijn Beekman / Ministerie van Financien, CC0, via Wikimedia Commons
Miljoenennota และกระเป๋าเอกสารของรัฐมนตรีคลัง (het koffertje)
หนึ่งไฮไลต์สำคัญที่สื่อจับตาไม่แพ้กันคือช่วงเวลาประมาณ 15.00 น. หลังการกล่าวพระราชดำรัสของกษัตริย์จบลง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังจะเดินทางมายื่น “het koffertje” (เป็นกระเป๋าเอกสารใบโตเป็นเอกลักษณ์) ต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร ณ รัฐสภา
ภายในกระเป๋าบรรจุเอกสารสำคัญ 2 ฉบับ:
- Rijksbegroting (งบประมาณแผ่นดินประจำปี) — รายละเอียดข้อเสนอรายจ่าย พันธะผูกพัน และรายได้ของแต่ละกระทรวงสำหรับปีถัดไป
- Miljoenennota (บันทึกงบประมาณระดับล้าน) — เอกสารอธิบายขยายความงบประมาณ สรุปแผนงานและทางเลือกสำคัญของรัฐบาล พร้อมภาพรวมสถานการณ์เศรษฐกิจและการคลังของประเทศ
ชื่อ “Miljoenennota” มีที่มาย้อนไปถึงยุคที่รัฐบาลจัดการงบประมาณในหลักหน่วยล้านกิลเดอร์ (แต่ปัจจุบันเป็นหลักพันล้านยูโร แต่ก็ยังคงเรียก Miljoenennota ตามความคุ้นเคย)

Rijksoverheid/Valerie Kuypers, CC0, via Wikimedia Commons
ทำไม Prinsjesdag จึงสำคัญต่อชีวิตประชาชน
แม้ภาพลักษณ์ภายนอกของ Prinsjesdag จะดูเป็นพิธีการหรูหราเต็มไปด้วยรถม้าทองคำและชุดหมวกสีสันสดใส แต่เนื้อแท้เบื้องหลังคือวันที่กำหนดทิศทางเงินในกระเป๋าของประชาชนทุกคนสำหรับปีถัดไป — ตั้งแต่ภาษีที่ต้องจ่าย เงินอุดหนุนที่จะได้รับ ไปจนถึงนโยบายด้านสุขภาพ การศึกษา และที่อยู่อาศัย
ผลกระทบต่องบประมาณและนโยบายรัฐบาลปีถัดไป
เนื้อหาใน Miljoenennota และ Rijksbegroting ที่รัฐมนตรีคลังนำมาส่งมอบในกระเป๋าเอกสาร ไม่ใช่แค่ตัวเลขทางบัญชี แต่คือแผนนโยบายที่มีผลกระทบโดยตรงต่อชีวิตประจำวัน เช่น:
- การปรับอัตราภาษีเงินได้และภาษีมูลค่าเพิ่ม
- การเปลี่ยนแปลงเงินอุดหนุนที่อยู่อาศัย (huurtoeslag) และเงินอุดหนุนค่าดูแลสุขภาพ (zorgtoeslag)
- งบประมาณด้านการศึกษา สาธารณสุข และโครงสร้างพื้นฐาน
- มาตรการกระตุ้นกำลังซื้อ (koopkrachtpakket) ที่ส่งผลต่อเงินเดือนสุทธิของแต่ละครัวเรือน
เพราะเหตุนี้ ในคืนวัน Prinsjesdag และวันถัดมา สื่อดัตช์ทุกสำนักจึงเร่งวิเคราะห์ “koopkrachtplaatjes” หรือตารางคำนวณผลกระทบต่อกำลังซื้อของกลุ่มอาชีพและรายได้ต่างๆ เพื่อให้ประชาชนเห็นภาพชัดว่าตนเองจะได้หรือเสียเท่าไหร่ในปีหน้า
Prinsjesdag คือจุดเริ่มต้นของการอภิปรายทางการเมือง
วันถัดมาหลังจากวัน Prinsjesdag จะเป็นวันประชุมสภาผู้แทนราษฎรค่ะ เรียกการประชุมนี้ว่า Algemene Politieke Beschouwingen (APB) ซึ่งหัวหน้าพรรคต่างๆ จะวิพากษ์วิจารณ์และเสนอญัตติ (moties) เพื่อปรับเปลี่ยนรายละเอียดของแผนงบประมาณที่รัฐบาลแถลงไป
กระบวนการนี้มีความสำคัญเป็นพิเศษในปีที่รัฐบาลปัจจุบัน (รัฐบาล Jetten I) ซึ่งเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อยในสภา เพราะแผนที่แถลงในวัน Prinsjesdag อาจเป็นเพียง “จุดเริ่มต้นการเจรจา” ไม่ใช่ “ข้อสรุปสุดท้าย” — สภาอาจต้องใช้เวลาอีกหลายสัปดาห์หรือหลายเดือนกว่าจะได้ข้อสรุปที่แท้จริงผ่านการลงมติ Belastingplan (แผนภาษี) ในช่วงกลางเดือนพฤศจิกายน ซึ่งเป็นเดิมพันสำคัญที่จะกำหนดว่านโยบายที่ประกาศไว้จะกลายเป็นจริงหรือไม่
สรุป
Prinsjesdag เป็นวันที่มากกว่าแค่พิธีการหรูหรา มีกษัตริย์นั่งรถม้าทองคำ และขบวนพาเหรดหมวกสีสันสดใส แต่คือหน้าต่างบานสำคัญที่สะท้อนทั้งประวัติศาสตร์และปัจจุบันของเนเธอร์แลนด์ในวันเดียว — จากชื่อที่เคยหมายถึงวันฉลองวันประสูติของเจ้าชายวิลเลียมที่ 5 ในยุคที่ประเทศยังปกครองด้วยระบอบสาธารณรัฐ สู่การเป็นวันเปิดปีรัฐสภาอย่างเป็นทางการที่ดำเนินสืบต่อมากว่า 200 ปี
สิ่งที่ทำให้ Prinsjesdag ไม่ใช่แค่ “งานประเพณี” แต่เป็น “ข่าวใหญ่ประจำปี” ที่สื่อดัตช์ทุกสำนักต้องรายงาน คือความจริงที่ว่า พระราชดำรัสบนพระแท่นบัลลังก์ – Troonrede และกระเป๋าเอกสาร het koffertje บรรจุแผนนโยบายที่กระทบกระเป๋าเงินของประชาชนทุกคนโดยตรง ไม่ว่าจะเป็นภาษี เงินอุดหนุน หรือมาตรการกระตุ้นกำลังซื้อ และในปีที่การเมืองไม่นิ่งอย่างปัจจุบัน ภายใต้รัฐบาลเสียงข้างน้อย Jetten I ความไม่แน่นอนของ Algemene Politieke Beschouwingen และการลงมติ Belastingplan ในเดือนพฤศจิกายน ยิ่งทำให้ Prinsjesdag ปีนี้น่าติดตามมากเป็นพิเศษ
สำหรับคนไทยที่ใช้ชีวิตอยู่ในเนเธอร์แลนด์ การทำความเข้าใจ Prinsjesdag จึงไม่ใช่แค่เรื่องน่ารู้เชิงวัฒนธรรม แต่ช่วยให้ติดตามข่าวการเมืองและนโยบายที่จะส่งผลต่อชีวิตประจำวันได้ทันท่วงที — ไม่ว่าจะเป็นเรื่องภาษี ค่าเช่าบ้าน หรือสวัสดิการต่างๆ ที่มักถูกประกาศในวันนี้ของทุกปี
อ้างอิง
- Ministry of General Affairs. (2026, 13 มกราคม). State Opening of Parliament (Prinsjesdag). Royal House of the Netherlands. สืบค้นจาก https://www.royal-house.nl/topics/monarchy/state-opening-of-parliament-prinsjesdag
- Ministerie van Algemene Zaken. (2026, 16 กันยายน). Prinsjesdag: traditie en ceremonie. Rijksoverheid.nl. สืบค้นจาก https://www.rijksoverheid.nl/themas/overheid-en-democratie/prinsjesdag-traditie-en-ceremonie


