Physical Address
304 North Cardinal St.
Dorchester Center, MA 02124
Physical Address
304 North Cardinal St.
Dorchester Center, MA 02124


🙋🏻♀️ zzp 101 คือการจดทะเบียน kvk ค่ะ แต่เนื่องจากเรื่องนี้ต้องหาข้อมูลเยอะ เพราะกิจการมีหลายประเภท สิ่งที่ต้องคำนึงถึงจึงต่างกัน เลยขอเว้นไว้ก่อนค่ะ จะตามมาอัพเดททีหลัง ขอเขียนเรื่องที่แอดถนัดก่อนค่ะ
‼️ บทความนี้เน้นให้ความรู้เบื้องต้นแก่คนที่ไม่ได้อยู่ในวงการไอทีนะคะ ดังนั้นจึงจะใช้คำอธิบายแบบง่ายๆ ไม่ได้ลงลึกในรายละเอียดค่ะ
ยังจำเป็นอยู่ค่ะ ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้
1. ไม่ได้เป็นเจ้าของจริง (You don’t own it)
แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย ไม่ว่าจะเป็นเพจ Facebook, Instagram หรือ X ทั้งหมดนี้เปรียบเสมือนเราสร้างบ้านอยู่บนที่ดินของคนอื่น แพลตฟอร์มสามารถ:
ถ้าเกิดเหตุการณ์แบบนี้ ธุรกิจที่พึ่งโซเชียลอย่างเดียวจะสูญเสียช่องทางติดต่อลูกค้าทันที แต่ถ้าเรามีเว็บไซต์กิจการเป็นของตัวเองด้วย เว็บไซต์ก็คือทรัพย์สินดิจิทัลที่เจ้าของกิจการควบคุมได้ 100%
2. ความน่าเชื่อถือ (Credibility)
ลูกค้าจำนวนมาก โดยเฉพาะลูกค้าองค์กรหรือลูกค้าที่จ่ายเงินก้อนใหญ่ มักจะเสิร์ชหาเว็บไซต์ก่อนตัดสินใจซื้อ เพจโซเชียลอย่างเดียวอาจดูเหมือนธุรกิจที่ไม่จริงจังหรือเพิ่งเริ่มต้น
3. SEO (search engine optimization) และการค้นหา
เว็บไซต์สามารถทำให้ติดอันดับการค้นหาใน Google ได้ ในขณะที่โพสต์ในเพจโซเชียลส่วนใหญ่จะค้นหาไม่เจอจาก search engine ภายนอกแพลตฟอร์ม แปลว่าลูกค้าที่ค้นหาบริการของเราผ่าน Google อาจจะหาเราไม่เจอถ้าเราไม่มีเว็บไซต์
4. มีหลายฟังก์ชันที่โซเชียลทำไม่ได้ดี เช่น
คือใช้ทั้งสองอย่างร่วมกันค่ะ — ให้เว็บไซต์เป็น “บ้านหลัก” (owned media) และ โซเชียลมีเดียเป็น “ช่องทางดึงคนเข้าบ้าน”(earned/rented media) เช่น โพสต์ใน Facebook แล้วลิงก์กลับมาที่เว็บไซต์เพื่อดูรายละเอียดสินค้า/บริการเต็มรูปแบบ หรือกรอกฟอร์มจอง

เปรียบเสมือนชื่อร้านค้า และที่อยู่ของร้านในโลกอินเตอร์เน็ต เวลาคนอยากเข้าร้าน หรือในกรณีนี้อยากเข้ามาอ่านบทความที่แอดเขียน เขาก็จะพิมพ์ชื่อเว็บไซต์ dutchthingy.nl แทนที่จะจำตัวเลข IP address ที่ซับซ้อน
ถ้าไม่มีชื่อเว็บไซต์ คนจะต้องจำเลข IP แทน เช่นอย่างของ Dutchthingy.nl คือ 185.75.158.211 ซึ่งจะเห็นว่าจำยากค่ะ
ชื่อเว็บไซต์นี้ ถ้าเป็นนามสกุลเดียวกัน ชื่อจะไม่ซ้ำกันค่ะ เช่น ถ้าแอดเปิด dutchthingy.nl แล้ว คนอื่นก็จะใช้ชื่อนี้ไม่ได้อีก (ยกเว้นว่าจะไปขอจดโดยใช้นามสกุลอื่น เช่น .com, .de)
เปรียบเสมือนอีเมล์ที่ใช้ติดต่องานของบริษัท จะดูเป็นทางการและมืออาชีพมากกว่า ใช้สำหรับติดต่อกับลูกค้า รับออร์เดอร์ สมัครบริการต่างๆ ซึ่งจะดูน่าเชื่อถือกว่าใช้ gmail
ซึ่งอีเมล์มักจะเป็นรูปแบบ ชื่อ@ชื่อโดเมน
เปรียบเทียบ
dutchthingy@gmail.com ❌
admin@dutchthingy.nl ✅
ลูกค้าจะรู้สึกว่าน่าเชื่อถือมากกว่า
DNS เปรียบเสมือนระบบนำทาง (GPS) หรือบุรุษไปรษณีย์ในโลกอินเตอร์เน็ตค่ะ หน้าที่ของมันคือ เมื่อเขาพิมพ์ชื่อ dutchthingy.nl บนเบราร์เซอร์ มันจะเชื่อมว่าชื่อที่พิมพ์นี้ตรงกับที่อยู่เซิร์ฟเวอร์หมายเลขอะไร เพราะเบื้องหลังในโลกอินเตอร์เน็ต คอมพิวเตอร์ไม่ได้จำชื่อเป็นคำๆ ภาษาแบบที่เราใช้สื่อสารกัน แต่มันจำสิ่งต่างๆ ในรูปแบบรหัสตัวเลขค่ะ
เปรียบเหมือนเรารู้ชื่อร้าน แต่ไม่รู้ว่าจะขับรถไปหาร้านได้ยังไง DNS ก็เลยทำหน้าที่นำทางให้เรานั่นเองค่ะ
คือในเว็บไซต์จะมีข้อมูลต่างๆ มีข้อความ มีรูปภาพ แบบฟอร์ม ฯลฯ ซึ่งไฟล์ของสิ่งเหล่านี้ต้องวางไว้ที่ไหนสักแห่งที่ให้ทุกคนที่พิมพ์ชื่อเว็บไซต์ของเราสามารถเข้ามาดูได้ เซิร์ฟเวอร์ที่ใช้เก็บไฟล์ข้อมูลของเว็บไซต์ก็คือโฮสติ้งนั่นเองค่ะ
ถ้าเปรียบโฮสติงค์เหมือนอาหารร้านอาหาร ตัวไฟล์ข้อมูลในเว็บไซต์ก็เปรียบเสมือนรายการเมนูอาหารนั่นเอง
ถ้าเปรียบเว็บไซต์เหมือนร้านอาหาร SSL certificate ก็คือระบบรักษาความปลอดภัยของร้าน เช่น กล้องวงจรปิด กุญแจล็อคของร้านนั่นเองค่ะ
SSL จะทำหน้าที่เข้ารหัสข้อมูล ทำให้ข้อมูลที่ส่งไปมาระหว่างผู้ใช้งานกับเว็บไซต์นั้นปลอดภัย ไม่มีแฮคเกอร์ดักขโมยข้อมูลระหว่างทาง ดูน่าเชื่อถือ ปลอดภัยเวลาชำระเงิน และเดี๋ยวนี้บราวน์เซอร์ก็บังคับกลายๆ ให้ทุกเว็บไซต์ต้องมี SSL Certificate ค่ะ ดังจะเห็นได้ว่า ทุกเว็บไซต์จะมี https:// อยู่หน้าชื่อเว็บไซต์ เช่น https://www.dutchthingy.nl/
ถ้าเปรียบเหมือนในร้านอาหาร CMS ก็คือผู้จัดการร้านค่ะ
CMS มีหลายเจ้าในตลาดค่ะ ที่ดังๆ ก็เช่น WordPress, Wix, Shopify เป็นต้น การใช้ CMS ช่วยให้เจ้าของเว็บสามารถอัพเดทเพิ่มข้อความ แก้ไขรูปภาพ เพิ่มสินค้าต่างๆ ได้โดยไม่จำเป็นต้องเขียนโปรแกรม ไม่จำเป็นต้องรู้เรื่องโค้ด

การมีเว็บไซต์ธุรกิจไม่เพียงแต่แค่ “ทำเว็บไซต์” เท่านั้นค่ะ หากแต่ต้องวางแผนหลายด้านและต้องมีการดูแลเว็บไซต์ เพื่อให้เว็บไซต์เป็นส่วนหนึ่งของการบรรลุเป้าหมายทางธุรกิจ
มีสิ่งที่ต้องพิจารณาดังนี้ค่ะ
ก่อนสร้างเว็บไซต์ควรถามตัวเองว่า เว็บไซต์นี้สร้างเพื่อจุดประสงค์อะไร เช่น แนะนำบริษัท เว็บไซต์เพื่อขายสินค้าออนไลน์ เว็บไซต์เพื่อให้ข้อมูลหรือบทความ (เช่น Dutchthingy.nl เป็นต้น) หรือเว็บไซต์ให้ข้อมูลเพื่อให้ลูกค้าสนใจติดต่องาน (เช่นเว็บไซต์ให้บริการรถแท็กซี่ เป็นต้น) หรือเป็นเว็บไซต์เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้แก่ธุรกิจ (เช่น zzp หมอนวดไทยในเนเธอร์แลนด์ ทำเว็บไซต์ ทำให้ดูน่าเชื่อถือ ดูเป็นมืออาชีพ เป็นต้น)
เช่น เป็นลูกค้าทั่วไป หรือสินค้าเป็นของที่ระลึกจากประเทศไทย ลูกค้าก็คือนักท่องเที่ยว หรือถ้าสินค้าเป็นอาหารไทยท้องถิ่น ลูกค้าก็คือคนไทยในเนเธอร์แลนด์ด้วยกัน หรือถ้าสินค้าเป็นบริการนวดไทย ลูกค้าเป้าหมายคือคนดัตช์ — คำตอบของคำถามว่าลูกค้าของเว็บไซต์เป็นใครนี้ จะมีผลต่อการออกแบบเว็บไซต์ ภาษา เนื้อหา และวิธีการสื่อสารที่ใช้ในเว็บไซต์ รวมถึงวิธีการติดต่อด้วยค่ะ
เช่น ถ้าเป้าหมายลูกค้าของเราคือคนดัตช์เป็นส่วนใหญ่ เราก็เขียนเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาภาษาดัตช์ และให้วิธีติดต่อเช่น อีเมล์ หรือ Whatsapp
ควรเลือกชื่อที่จำง่าย สั้น และสื่อถึงธุรกิจค่ะ
ถ้าเป้าหมายลูกค้าเป็นคนดัตช์ ควรใช้เว็บไซต์ที่มีนามสกุล .nl ค่ะ เช่น dutchthingy.nl แต่ถ้าเป้าหมายลูกค้าเป็นสากล ขายทั่วโลก ก็ใช้นามสกุล .com
สามารถตรวจสอบเช็คชื่อเว็บไซต์นามสกุล .nl ได้ที่ลิงก์นี้ค่ะ https://www.sidn.nl/en/product/nl-domain-name
โฮสติ้งคือบ้านของเว็บไซต์ การเลือกโฮสติ้งจะมีผลต่อความเร็ว ความเสถียร พื้นที่เก็บข้อมูล ระบบสำรองข้อมูล และการช่วยเหลือเมื่อมีปัญหาของเว็บไซต์
อนึ่ง การเลือกโฮสติ้งสำหรับเว็บไซต์ธุรกิจในเนเธอร์แลนด์ต้องพิจารณาเรื่องหลักการตามกฎหมาย GDPR ด้วยค่ะ
GDPR คือกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของสหภาพยุโรป ที่ใช้บังคับกับธุรกิจทุกแห่งที่เก็บข้อมูลของประชาชนในสหภาพยุโรป ไม่ว่าตัวธุรกิจจะตั้งอยู่ที่ไหนก็ตาม
ประเด็นสำคัญคือ:
มีหลายจ้าวในตลาดค่ะ ให้เลือกตามความเหมาะสมของประเภทเว็บไซต์ เช่น ถ้าเป็นเว็บไซต์ธุรกิจ ให้ข้อมูลทั่วไปก็จะแนะนำ WordPress เว็บไซต์ขายสินค้าออนไลน์ แนะนำ Shopify หรือ WooCommerceเว็บไซต์ง่ายๆ แบบหน้าเดียว ก็ Wix
WooCommerce ไม่ใช่ CMS แต่เป็นปลั๊กอิน (เหมือนฟังก์ชั่นเสริม) ของ WordPress ที่ช่วยเพิ่มความสามารถให้ WordPress กลายเป็นร้านค้าออนไลน์ (ถ้ามีแต่ WordPress อย่างเดียว จะไม่มีระบบตะกร้าขายของค่ะ)
เปรียบเทียบระบบ CMS ยอดนิยม
| หัวข้อ | WordPress | WordPress + WooCommerce | Wix | Shopify |
| เหมาะกับ | เว็บไซต์บริษัท, Blog | ร้านค้าออนไลน์ | เว็บไซต์ขนาดเล็ก | ร้านค้าออนไลน์ |
| ความง่าย | ⭐️⭐️⭐️ | ⭐️⭐️ | ⭐️⭐️⭐️⭐️⭐️ | ⭐️⭐️⭐️⭐️⭐️ |
| ปรับแต่งได้ | ⭐️⭐️⭐️⭐️⭐️ | ⭐️⭐️⭐️⭐️⭐️ | ⭐️⭐️ | ⭐️⭐️⭐️ |
| ต้องมีความรู้เรื่องการเขียนโค้ดไหม | ไม่จำเป็น | ไม่จำเป็น | ไม่ | ไม่ |
| รองรับร้านค้า | ต้องเพิ่มปลั๊กอิน | ⭐️⭐️⭐️⭐️⭐️ | ⭐️⭐️⭐️ | ⭐️⭐️⭐️⭐️⭐️ |
| SEO | ⭐️⭐️⭐️⭐️⭐️ | ⭐️⭐️⭐️⭐️⭐️ | ⭐️⭐️⭐️ | ⭐️⭐️⭐️⭐️ |
| ความเร็ว | ขึ้นกับโฮสติ้ง | ขึ้นกับโฮสติ้ง | ดี | ดีมาก |
| ค่าใช้จ่าย | ต่ำ | ปานกลาง | รายเดือน | รายเดือน |
| เหมาะกับการเติบโต | ⭐️⭐️⭐️⭐️⭐️ | ⭐️⭐️⭐️⭐️⭐️ | ⭐️⭐️ | ⭐️⭐️⭐️⭐️ |
ต้องคิดล่วงหน้าว่าในเว็บไซต์เรานั้นจะให้มีหน้าอะไรบ้าง ที่แน่ๆ ที่ต้องมีคือ หน้าแรก (หรือหน้า Home ค่ะ) , หน้าเกี่ยวกับเรา, หน้าที่ขายสินค้าและบริการ หรืออาจจะมีการเพิ่มบทความเกี่ยวกับสินค้าและบริการ และอีกหน้าคือหน้าช่องทางการติดต่อค่ะ (🙋🏻♀️ ถ้าเนื้อหาน้อย เราสามารถทำเว็บไซต์ที่มีแค่หน้า Home หน้าเดียวก็ได้ค่ะ และใส่รายละเอียดทุกอย่างลงในหน้านั้น แต่การทำ SEO อาจจะท้าทายสักหน่อยค่ะ)
โครงสร้างเว็บไซต์ที่ดีจะช่วยให้ลูกค้าหาข้อมูลที่ต้องการได้ง่าย
ไม่มีใครเล่าเรื่องธุรกิจได้ดีเท่ากับตัวเจ้าของกิจการเองค่ะ สมัยนี้อาจใช้ AI ช่วยเรียบเรียงข้อความก็ได้นะคะ จะเอาสำนวนแบบไหน AI ทำได้ค่ะ
เนื้อหาที่ควรมีอยู่ในเว็บไซต์ควรเป็นเรื่องที่ตอบคำถามที่อยู่ในใจลูกค้า เช่น แนะนำบริการ ถ้าเป็นร้านนวด ก็การนวดแบบต่างๆ พร้อมราคา จุดเด่นของร้านที่ทำให้ลูกค้าอยากมาใช้บริการ ควรมีรูปภาพจริงของร้านค้า เพื่อให้ลูกค้ารู้สึกว่าร้านมีตัวตน และควรมีช่องทางการติดต่อหากลูกค้าสนใจใช้บริการ
เว็บไซต์สมัยใหม่ควรมี SSL (HTTPS) ค่ะ ควรมีอีเมล์ธุรกิจ (ไม่ได้บังคับ แต่ถ้ามีจะดูน่าเชื่อถือกว่าการใช้ @gmail) และมีช่องทางการติดต่อกับเจ้าของเว็บ
และสำหรับเว็บไซต์ในยุโรป ก็ต้องมีหน้า “นโยบายความเป็นส่วนตัว” ด้วยค่ะ

เนื่องจากเว็บไซต์มักมีการเก็บข้อมูลส่วนบุคคลไม่ทางใดก็ทางหนึ่งค่ะ เช่น แบบฟอร์มติดต่อกลับ การใช้ google analysis หรือคุกกี้ ดังนั้นตามกฎหมาย GDPR จึงกำหนดให้เจ้าของเว็บต้องแจ้งข้อมูลการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลอย่างชัดเจน
นอกจากนี้ หากเว็บไซต์ใช้คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์หรือการตลาด เช่น Google analysis, Facebook Pixel หรือ Google Ads เว็บไซต์ก็ต้องมี Privacy Policy, Cookie Policy, Cookie Consent Banner (แบนเนอร์ที่ให้ผู้ใช้เลือกว่าจะยินยอมหรือปฏิเสธคุกกี้)
เช่น เว็บไซต์ที่เป็นเพียงหน้าแนะนำบริษัท ไม่มีแบบฟอร์มให้กรอก ไม่มีระบบสมัครสมาชิก หลายคนจึงคิดว่าไม่จำเป็นต้องมี Privacy Policy
แต่ในความเป็นจริง เว็บไซต์ส่วนใหญ่ยังมีการเก็บข้อมูล เช่น IP Address, Log ของเซิร์ฟเวอร์, Cookies หรือ Google analysis อยู่เบื้องหลัง (พวกนี้เราไม่ได้สั่งให้เก็บ หรือหลายคนอาจจะไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเว็บไซต์เราเก็บข้อมูลเหล่านี้เพราะเราไม่เคยใช้ฟังก์ชั่นนี้เลย แต่เว็บไซต์เก็บข้อมูลเหล่านี้ให้โดยอัตโนมัติค่ะ ดังนั้นเว็บไซต์ธุรกิจสมัยใหม่ทุกเว็บควรมี Privacy Policy)
เว็บไซต์ธุรกิจที่มีผู้ใช้งานในยุโรป หรือดำเนินธุรกิจจากประเทศในสหภาพยุโรป ควรมีอย่างน้อย
การทำเว็บไซต์มีค่าใช้จ่ายต่อเนื่อง เช่น
| รายการ | จ่ายเมื่อ | ราคาโดยประมาณ | ความจำเป็น |
| โดเมน หรือชื่อเว็บไซต์ | รายปี | €10-20/ปี | จำเป็น |
| โฮสติ้ง | รายเดือนหรือรายปี | €100-300/ปี | จำเป็น |
| SSL | รายปี แต่ส่วนใหญ่รวมอยู่ในแพคเกจ | €0-100/ปี | ส่วนใหญ่ฟรี |
| ออกแบบเว็บไซต์ | จ่ายครั้งเดียว | €450-2,000+ (ขึ้นอยู่กับขนาดธุรกิจและความซับซ้อนของเว็บไซต์) | จำเป็น |
| ดูแลเว็บไซต์ | รายเดือน | €300-1,800/ปี | แนะนำ |
| Backup/Security | รายปี | €0-150/ปี | แนะนำ |
เว็บไซต์ก็เหมือนร้านค้าหรือสำนักงาน ใช้งานแล้วก็ต้องมีการดูแลปรับปรุงอย่างสม่ำเสมอ เพราะมิเช่นนั้นอาจเกิดปัญหาต่างๆ ขึ้นได้ เช่น เว็บไซต์ทำงานช้าลง ระบบมีช่องโหว่ด้านความปลอดภัย หรือข้อมูลไม่อัพเดท ส่งผลให้ลูกค้าไม่มั่นใจและเสียโอกาสทางธุรกิจ
สิ่งที่ควรดูแลเว็บไซต์เปิดใช้งาน
หลายบริษัทที่รับทำเว็บไซต์ หรือโฮสติ้งจะมีบริการบำรุงรักษาเว็บไซต์ค่ะ แนะนำให้ใช้ บริการนี้จะครอบคลุมการอัพเดทระบบ การสำรองข้อมูล การตรวจสอบความปลอดภัย และแก้ไขปัญหาเมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด
สรุปได้ว่า เว็บไซต์ยังจำเป็น สำหรับเจ้าของธุรกิจ แม้ในปัจจุบันจะมีโซเชียลมีเดียแล้วก็ตาม เพราะเว็บไซต์คือทรัพย์สินที่เราควบคุมได้ 100% ช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือ และติดอันดับค้นหาบน Google ได้ — ทางที่ดีที่สุดคือใช้ทั้งสองอย่างร่วมกัน โดยให้เว็บไซต์เป็น “บ้านหลัก” และโซเชียลเป็นช่องทางพาคนเข้าบ้าน (พาลูกค้ามาติดต่อซื้อสินค้าและบริการ)
เบื้องหลังเว็บไซต์หนึ่งเว็บ ต้องมีองค์ประกอบสำคัญอย่าง ชื่อเว็บไซต์ (โดเมน), อีเมล์ธุรกิจ, DNS, โฮสติ้ง, SSL และ CMS ทำงานร่วมกัน
และการสร้างเว็บไซต์ เจ้าของกิจการควรวางแผนตั้งแต่ลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย โครงสร้างหน้าเว็บ ไปจนถึงเรื่องกฎหมาย GDPR และงบประมาณรายปีที่ต้องเผื่อไว้ค่ะ
📌 ตอนหน้า แอดจะพาไปรู้จักผู้ให้บริการโฮสติ้ง โดเมน และรับออกแบบเว็บไซต์สัญชาติดัตช์อย่าง Antwise Solutions ที่จะมาช่วยตอบคำถามว่า “แล้วถ้าอยากมีเว็บไซต์จริงๆ ต้องเริ่มจ้างใคร ที่ไหนดี” ห้ามพลาดนะคะ 🙋🏻♀️